ชาร์ล ดาร์วิน มิติใหม่ของ Darwin Effect จากทฤษฎีสู่การกอบกู้สิ่งแวดล้อม

ชาร์ล ดาร์วิน Darwin Effect สู่การกอบกู้สิ่งแวดล้อม
สารบัญบทความ
ชาร์ล ดาร์วิน Darwin Effect สู่การกอบกู้สิ่งแวดล้อม
Darwin Effect สู่การกอบกู้สิ่งแวดล้อม

แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่า 150 ปีที่ ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) นักธรรมชาติวิทยาได้ออกสำรวจเกาะกาลาปากอสจนได้ข้อค้นพบที่สามารถสรุปเป็นทฤษฎีที่สร้างการจดจำไปทั่วทั้งโลกอย่าง Theory of Evolution ที่พวกเราได้ยินผ่านหูกันบ่อย ๆ จนเกิดการตีความและต่อยอดเป็นทฤษฎีทางสังคมอื่นมากมาย ซึ่งมีส่วนที่จุดประกายให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสมัยนาซี 

ทว่ามีผู้คนไม่มากนักที่ล่วงรู้ว่าทฤษฎีของดาร์วินสามารถช่วยพิทักษ์โลกได้ 

ด้วยวิกฤตการณ์โลกร้อนที่ทับทวีความรุนแรงกว่าครึ่งศตวรรษ เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้ออกนโยบายจากหลากหลายประเทศต่างร่วมถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าวด้วยคำถามที่ว่า จะเป็นไปได้ไหม หากเราจะมองหาทางแก้ปัญหาด้วยกรอบแนวคิดของดาร์วิน วันนี้เรา privatespacescience และผองเพื่อน จะพานักอ่านทุกคนร่วมทางค้นหาคำตอบต่อคำถามนี้ไปพร้อมกัน

Darwin Effect การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

Theory of Evolution: ปัญหาจากการขาดความหลากหลาย

จากรายงานสถิติของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ล่าสุดได้เผยให้เห็นว่า โลกของเราได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง น้ำมัน และถ่านหินในปริมาณที่สูงถึง 36.6 พันล้านตันในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 1% เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาหลังการระบาด

สถานการณ์ดังกล่าวนี้เองจึงทำให้หลายประเทศออกมาร่วมมือกันยกระดับนานาชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติในครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ก็อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดสำหรับหยุดยั้งวิกฤตครั้งนี้ 

ภาวะโลกร้อน ปัญหาสิ่งแวดล้อม

การฟื้นฟูผืนป่าจากการถูกเผาถางทำลายจึงเป็นทางออกของปัญหาสุดคลาสสิคที่ทั่วโลกต่างยอมรับและปรับใช้เป็นสากลกาล ทว่า ด้วยวิธีการใดล่ะ

‘การปลูกต้นไม้’ มักจัดเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสำหรับการแก้วิกฤตโลกร้อนอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลพื้นฐานนี้เองทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศต่างเริ่มสำรวจและศึกษาวงจรชีวิตของผืนป่าเป็นระยะภายใต้กรอบความคิดของชาร์ล ดาร์วิน

แม้การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ผืนป่าจะช่วยบรรเทาปัญหาให้ทุเลาลง แต่หากปลูกไม่ได้คำนึงถึงการปลูกด้วยพืชพันธุ์ที่หลากหลายพอตามโมเดลของดาร์วินที่ปรากฏว่าหนังสือ On the Origin of the Species (1859) ในบทที่ 4 ที่กล่าวถึงเรื่อง Natural Selection ซึ่งเป็นความจำเป็นที่สิ่งมีชีวิตต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ก็ย่อมเป็นการยากที่จะเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตและฟื้นตัว ซึ่งมีผลโดยตรงกับความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ การลดจำนวนสิ่งมีชีวิตที่ก่อกำเนิดโรค และการรักษาสมดุลของสภาพอากาศ ดังที่หลายคนต่างเรียกขานผลกระทบนี้ว่า Darwin Effect ซึ่งสอดรับกับประโยคที่ว่า

“ไม่ใช่ทั้งสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดและฉลาดที่สุดจะอยู่รอดได้ มีเพียงสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด ซึ่งดำรงชีวิตตามแต่วิธีการที่มีอยู่ พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อต้านภัยคุกคามที่มาถึง”

Charles Darwin

แน่นอนว่าหากการทำงานของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ทำงานสอดประสานกันได้ลงตัว ก็ย่อมไม่สามารถจะปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมนั้นได้ การกระทำของมนุษย์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อวงจรวิวัฒนาการของมวลชีวิตในผืนป่าให้แพร่พันธุ์ช้าลงและมีโอกาสสูญพันธุ์ แม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สามารถตัดต่อยีนส์เพื่อเร่งการขยายพันธุ์ ทว่าสิ่งเหล่านี้ก็ย่อมไปไกลกว่าความสามารถของมนุษย์จะอาจเอื้อม

Darwin Effectสู่การฟิ้นฟูผืนป่า
สุดท้ายสิ่งที่ดีที่สุดในการฟิ้นฟูผืนป่าคือ การไม่เข้าไปแทรกแซงกลไกการฟื้นตัวตามธรรมชาติ

เมื่อกลับมาย้อนคิดอีกรอบด้วยแนวคิดของ ชาร์ล ดาร์วิน การสร้างระบบนิเวศป่าสักผืนหนึ่งที่รวมความหลากหลายทั้งหมดไว้ด้วยเงื้อมมือของมนุษย์ ดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งหนึ่งที่เราพอทำได้คือ ลดการแทรกแซงและทำลายวงจรวิวัฒนาการเหล่านี้ให้โลกเข้าสู่จุดสมดุลอย่างที่เคยเป็นแต่อดีตกาล ร่วมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการที่เป็นไปได้ในการปลูกป่าที่หลากหลายและสมบูรณ์ตามอุดมคติต่อไป

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

World Economic Forum. (2022). Analysis: Global CO2 emissions from fossil fuels hits record high in 2022. 29 November 2022, derived from https://www.weforum.org/agenda/2022/11/global-co2-emissions-fossil-fuels-hit-record-2022/ 

Rob MacKenzie, Christine Foyer. (2021). A 150-year-old note from Charles Darwin is inspiring a change in the way forests are planted. 28 November 2022, derived from https://theconversation.com/a-150-year-old-note-from-charles-darwin-is-inspiring-a-change-in-the-way-forests-are-planted-170909

บทความที่เกี่ยวข้อง > สายรุ้งที่มากขึ้น อาจเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้นในอนาคต?

RECENT POSTS