ไขปริศนา GMO เพิ่มผลผลิตหรือสร้างวิกฤตกันแน่?

gmo ข้อดีและข้อเสีย
สารบัญบทความ
gmo ข้อดีและข้อเสีย

GMO ปลอดภัยหรือไม่ เป็นประเด็นร้อนชวนสงสัยมาอย่างช้านาน ซึ่งหลายคนสับสนมากว่า ตกลงแล้วควรจะเชื่อใครดี ถึงจะรักษาชีวิตตัวเองให้ปลอดภัยตลอดรอดอายุขัย หลายครั้งคงเคยได้ยินมาบ้างว่า หากเราบริโภคพืชหรือสัตว์ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมเป็นอาหาร จะก่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากเสพสิ่งปนเปื้อนผิดธรรมชาติเข้าไป บ้างก็ว่าเป็น ‘Frankenfoods’ ที่ใครกินเข้าไปจะกลายพันธุ์และดับสูญแบบในหนังสยองขวัญ Sci-fi กัน อย่างไรดี เรื่องที่ว่าก็นี้ยังเป็นปริศนาชวนคิดต่อกันถึงทุกวันนี้

ทาง privatespacescience2017.com จะพามาไขคำตอบกัน

gmo

GMO คืออะไร

ย้อนกลับไปเมื่อ 8,000 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์โลกดำรงชีพด้วยการเพาะปลูกและเริ่มรู้จักใช้วิธีปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ด้วยการเลือกและจัดผสมข้ามสายพันธุ์ (Selective and cross-breeding) เพื่อให้ได้สเป็คซึ่งรวมสี ขนาด รสชาติ ความทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศตามต้องการเป็นเวลากว่าเนิ่นนาน ทว่าวิธีดังกล่าวกลับใช้เวลาค่อนข้างช้าอย่างมาก

ด้วยขีดจำกัดของพืชพันธุ์ธัญญาหาร หลายครั้งเราพบว่าอาหารไม่เพียงพอและคงทนสภาพทันความต้องการบริโภคของเรา กระทั่ง Herbert Boyer และ Stanley Cohen สองหนุ่มนักชีวเคมีได้คิดค้นวิธีเพิ่มขีดความสามารถของสิ่งมีชีวิตให้สามารถขยายช่วงชีวิต (Lifespan) ในค.ศ. 1973 ด้วยการทดลองนำ DNA ของแบคทีเรียตัวหนึ่งไปใส่อีกตัวหนึ่ง เมื่อนั้นเองที่โลกของเราได้รู้จักวิธีการแปลงเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมที่เรียกว่า ‘GMO’

GMO (Genetically Modified Organisms) หรือที่เราเรียกกันจนชินชาว่า ‘จีเอ็มโอ’ คือสิ่งมีชีวิตประเภทใด ๆ ที่ผ่านการดัดแปลงคุณสมบัติด้วยเทคนิคด้านพันธุวิศวกรรมซึ่งแปรผันไปตามยุคสมัย โดยมากนิยมใช้กับพืชมากกว่าสัตว์ด้วยสารพัดหลากวิธีการถ่ายยีนด้วยการยิงกระแสไฟฟ้า อนุภาคยีนเคลือบทองคำ หรือแม้แต่การใช้อะโกรแบคทีเรียเป็นตัวนำพาชิ้นยีนเข้าสู่เซลล์พืช ก็ล้วนแล้วเสริมเพิ่มคุณลักษณะให้เด่นดียิ่งขึ้น

*Tip เสริม

บางครั้งพืชดัดแปลงพันธุกรรมก็นำไปต่อยอดเป็นอาหารแปรรูปประเภท GMF (Genetically Modified Food) ได้เช่นเดียวกัน เช่น เต้าหู้จากถั่วเหลืองจีเอ็มโอ เป็นต้น

GMO ปลอดภัยกับเราแค่ไหน

แม้ว่าอาหารหรือผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอจะผ่านการรับรองจากสมาคมการแพทย์แห่งอเมริกา (The American Medical Association) และองค์การอนามัยโลก (WHO) กว่าหลายทศวรรษว่าปลอดภัยแล้วก็ตาม ทว่าผู้คนจากหลากถิ่นทั่วโลกยังหวาดกลัวอาหารที่ดูผิดธรรมชาตินี้ ด้วยพื้นฐานความคิดที่ว่าการแทรกยีนคือการนำสารเคมีหรือสารปนเปื้อนเข้าสู่สิ่งมีชีวิตจนกลายพันธุ์ จึงทำให้ใครต่อใครยังปักใจเชื่อว่าสิ่งที่ไม่ได้คัดสรรตามหลักธรรมชาติก็เป็นสิ่งแปลกปลอมสุดอันตรายอยู่ดี 

และด้วยเหตุนี้เองที่เราได้รวบรวมผลข้างเคียงหรือผลเสียที่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดขึ้นหากต้องรับประทานอาหารดัดแปลงพันธุกรรมจนสามารถสรุปไว้หลากหลายข้อด้วยกัน

พืช GMO

ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นจาก GMO

1. อาการแพ้

อาการแพ้อาจเป็นผลข้างเคียงแรกที่เกิดขึ้นหลังรับประทานเข้าไป ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสารก่อภูมิแพ้บางชนิดในพืชดัดแปลงพันธุกรรมเข้าสู่ร่างกายจนระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง และจะเพิ่มความเสี่ยงยิ่งขึ้นหากผลิตภัณฑ์ GMO เหล่านั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการทำและทดสอบที่ปลอดภัยมามากพอ อย่างไรก็ตาม การเลือกบริโภคอาหารที่ผ่านการทำจีเอ็มโอ ควรพิจารณาจากส่วนผสมและตราสัญลักษณ์ “อย.” รับรองความปลอดภัยบนฉลาก เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ 

2. คุณค่าทางสารอาหารลดลง

อาหารดัดแปลงพันธุกรรมบางชนิดจะปราศจากคุณค่าทางโภชนาการ หากมุ่งเน้นทำ GMO โดยเน้นปริมาณของผลผลิตมากเกินไป ซึ่งไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำเพื่อยืดอายุขัยหรือยับยั้งศัตรูพืชก็ตาม ผลข้างเคียงถัดมาที่อาจเกิดขึ้นหลังรับประทานเข้าไปก็อาจปัจจัยหนึ่งที่ก่อโรคได้ จากการศึกษาพืชถั่วเหลืองที่ปลูกด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิก (Organic) ซึ่งปรากฏในวารสาร Food Chemistry พบว่าถั่วเหลืองที่ปลูกด้วยลักษณะดังกล่าวมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม นอกจากนี้การศึกษาชิ้นนี้ยังชี้ให้เห็นว่าพืชที่ปลูกแบบออร์แกนิคยังต้านศัตรูพืชได้มากขึ้น 

ผักออร์แกนิค
ผักออร์แกนิค

3. สารพิษเข้าสู่ดิน

ไม่ใช่ปัญหาแรก ทว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่เกิดแก่ผลผลิตจากจีเอ็มโอ ข้าวโพดบีที (Bacillus Thuringensis Corn) จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่ใช้อธิบายภาพให้กระจ่างชัดขึ้น

BT หรือ Bacillus thuringensis เป็นแบคทีเรียในดินประเภทหนึ่งซึ่งมียีนสร้างสารพิษบางชนิดคอยทำลายศัตรูพืช ตัวอ่อนและแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้คนจึงนิยมใช้กับข้าวโพดอย่างแพร่หลาย แม้ว่าลักษณะดังกล่าวจะช่วยควบคุมศัตรูพืช ทว่าอาจส่งผลให้ยีนดังกล่าวปล่อยสารพิษสู่ดินจนขัดขวางแบคทีเรียที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืชได้ ซึ่งมีผลให้ดินขาดสารอาหารในที่สุด 

4. ขาดความหลากหลายทางชีวภาพ

การผลิตอาหารจีเอ็มโอย่อมทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติลดน้อยถอยลง เนื่องจากเราต่างคัดสรรลักษณะเด่นดีทางชีวภาพให้มารวมอยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตนั้น แม้สิ่งเหล่านั้นดูผิวเผินแล้วจะดูสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับขาดลักษณะด้อยบางประการ ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบให้กับพืชพันธุ์เหล่านั้นได้ การดัดแปลงพันธุกรรมนี้เองจึงฝืนกระบวนการทางธรรมชาติที่เคยเป็น จนสูญเสียอัตลักษณ์ที่แท้จริงไป

พันธุกรรมและวิวัฒนาการ

Conformation Bias และข้อแก้ต่าง

เมื่อคนเราปักใจเชื่อสักสิ่งอย่างก็ย่อมต้องการข้อมูลที่สอดรับและยืนยันว่าความเชื่อของตนนั้นเป็นจริง และยิ่งกาลเวลาพ้นผ่าน ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ตราบเท่านาน แม้ว่าการทดลองที่อยู่ตรงหน้าจะประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าไม่เป็นพิษภัยอันใด Conformation Bias คงเป็นเรื่องปรกติหากจะเกิดขึ้นเพื่อปกป้องความเชื่อเดิมที่ให้ความปลอดภัยแก่ตน

ทว่าเราจะยังไม่พูดถึงเกี่ยวกับ Conformation Bias มากขนาดนั้น ณ ตอนนี้

Robert Goldberg นักชีวโมเลกุลพืชแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้กล่าวว่า “จากการทดลองทางพันธุกรรมกว่าหลายล้านครั้งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกล้วนแล้วไม่ก่อเกิดปัญหาแก่ผู้บริโภคกว่าหลายพันล้านคนขณะรับประทานอาหาร

gmo

ในการกลับกันยังให้ประโยชน์อันน่าเหลือเชื่ออยู่มากมาย จากการวิเคราะห์งานศึกษากว่า 76 ชิ้นที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ในรายงานทางวิทยาศาสตร์จากนักวิจัยจากเมืองปิซา ประเทศอิตาลี พบว่าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ที่ไม่ได้รับการดัดแปลง ร่วมกับสารพิษจากเชื้อราในปริมาณที่ต่ำกว่า

เหตุนี้เองที่ทำให้การทำ GMO ไม่ใช่เรื่องน่าประหวั่นใจจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยแก้โจทย์ปัญหาเรื่องทุพโภชนาการให้กับถิ่นทุรกันดารที่เผชิญหน้ากับภาวะขาดแคลนอาหาร 

gmo พันธุวิศวกรรม

GMO หมุดหมายแห่งอนาคตของวงการอาหาร

ยากจะปฏิเสธว่าจะไม่เกิด ทว่าก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะปลอดภัยเสียทั้งหมด ณ กาลอันใกล้เราที่แหล่งอาหารดัดแปลงเริ่มสำแดงบทบาทต่อมวลมนุษย์มากขึ้น การบังคับใช้กฎหมายควบคุมความปลอดภัยย่อมจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เป็นไปได้อยู่มากหากจะเกิดการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมแบบผิดวิธี ซึ่งนำไปสู่หายนะอื่นที่ตามมา 

แต่ทุกความสำเร็จย่อมต้องเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อจะได้เข้าใกล้การมีชีวิตอมตะได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์โลกร้อนยังคงเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับโลกของเรา เพราะไม่เพียงแต่จะเชื้อเชิญให้ภัยธรรมชาติอุบัติขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนชักนำให้ภาวะขาดแคลนอาหารมาเยือนเราได้ไวกว่าที่ควร ดังเช่น บางทีการมาของ ‘สายรุ้ง’ อาจเป็นลางบอกเหตุที่คอยย้ำเตือนให้เราต้องรีบเตรียมตัวรับมือให้ทันกาล 

บทสรุป

แม้ประโยชน์และโทษของการทำ GMO เป็นประเด็นที่ไร้หมุดหมายและทางจบ ทว่าทุกสิ่งในโลกล้วนมีผลดีและผลเสียอยู่ร่วมกัน เพียงแต่เราจะหยิบใช้มันในทางที่พอเหมาะจนสร้างสมดุลแก่โลกของเราได้อย่างไร ล้วนแล้วเป็นการร่วมผนวกทั้งสติปัญญาและการสร้างสรรค์ของเราทั้งสิ้น

แหล่งอ้างอิง

  • นิพนธ์ เอี่ยมสุภาษิต. (2022).  ผลการศึกษาพบว่า “ข้าวโพดบีที” ไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เป้าหมาย. จาก https://kasettumkin.com/nipon/article_70909 
  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (ม.ป.ป.). สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ). จาก https://www.biotec.or.th 

RECENT POSTS