Immortal science เมื่อมนุษย์เริ่มเอาชนะความตายด้วยวิทยาศาสตร์

ชีวิตอมตะ Immortal science
สารบัญบทความ
ชีวิตอมตะ Immortal science
Immortal science

เพราะฉันไม่อาจหยุดยั้งความตาย

จาก Emily Dickinson คงเป็นกวีที่ฟ้องให้เห็นถึงความจริงของมนุษย์และมวลชีวิตได้เป็นอย่างดี แน่นอนที่สุดว่าเราทุกคนต้องตาย แต่จะมีสักกี่คนจะยอมรับความตายโดยดุษฎีได้ทุกเมื่อเชื่อวัน 

แม้ว่าหลายศตวรรษที่ผ่านมามนุษยชาติไม่ประสบความสำเร็จในการค้นพบหนทางสู่ชีวิตอมตะ ทว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้กลับค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่ชีวิตอันเป็นนิรันดร์อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ อาจนำพาเราไปสู่ฝั่งฝันที่หมุดหมายไว้ได้ เช่นเคยในครั้งนี้ที่เราจะพานักอ่านตามอัพเดตข่าวล่าสุดแห่งวงการวิทยาศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ (Immortal Science) เพื่อรับการมาถึงของอนาคตที่มาในเร็ววันกัน

เอาชนะความตาย: Altos Labs ก้าวต่อไปสู่ชีวิตอมตะ

ชีวิตอมตะ Immortal science

เมื่อไม่นานมานี้ Jeff Bezos มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ของโลกอย่าง Amazon ร่วมมือกับ Yuri Milner เพื่อให้เงินทุนสนับสนุน Altos Labs บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับการวิจัยพัฒนา ‘เทคโนโลยีย้อนวัย’ ผ่าน Cellular Rejuvenation Programming ซึ่งฟื้นคืนเซลล์ให้กลับสู่สภาพเดิมครั้งยังเยาว์ พร้อมทั้งดึงตัวเหล่านักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลของโลก เช่น Shinya Yamanaka, Wolf Reik ร่วมกับ AI มาพัฒนาองค์ความรู้ที่หลากหลายเพื่อเอาชนะ สิ่งที่เรียกว่า ‘ความตาย’ ไปพร้อมกัน 

เทรนด์ชีวิตอมตะ

ขณะที่ปัจจุบัน Altos Labs ได้รับการสนับสนุนจากสองมหาเศรษฐียักษ์ใหญ่ของโลก อนาคตก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นจริง อย่างไรก็ตาม เหล่านักวิทยาศาสตร์จากหลายแขนงและนักอนาคตศาสตร์ (Futurist) ต่างคาดการณ์ไว้ว่าทิศทางของ Immortal Science Trends ไว้ 4 อย่าง ซึ่งจะไล่ไปตามลำดับ 

สังขาร ความตาย the dead

1. Anti-aging Genetic Engineering

‘ยาอายุวัฒนะ’ อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป หากเราคิดค้นมันได้ทัน และคงจะดีไม่น้อยหากใครหลายคนจะมีชีวิตยืนยาว ไม่เจ็บ ไม่แก่ อย่างกับไฮดรา

ด้วยปัญหาสุขภาพที่มีมากขึ้นเมื่อแก่ตัวลง ทำให้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหลายต่างพยายามคิดค้นหนทางย้อนวัยให้กลับเป็นไปเยาว์วัยตลอดกาล 

ทว่า ณ ปัจจุบันนี้ที่เราทำจนได้ผลสำเร็จมีเพียงการผลิตยาและใช้สเต็มเซลล์เพื่อชะลอวัย เสริมสร้างความแข็งแรง และยืดขยายช่วงชีวิตเพียงเท่านั้น ซึ่ง Stem Cell Therapy จัดเป็นวิธีการบำบัดที่ตอบโจทย์อย่างมาก ณ ช่วงเวลานี้ เนื่องจาก Stem Cell นั้นประกอบด้วย Anti-aging genes ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยหยุดยั้งการเสื่อมถอยของเซลล์ภายในร่างกายได้ ร่วมกับการค้นพบในปี 2006 ของ Shinya Yamanaka ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Adult cell ในผู้ใหญ่นั้นสามารถย้อนวัยกลับไปสู่ขั้นที่ยังเป็นเอ็มบริโอ (Embryonic stage) ก็ยิ่งยืนยันความเป็นไปได้มากขึ้นว่า การเป็นอมตะอาจไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

อย่างก็ตาม Pura Muñoz-Cánoves อาจารย์มหาวิทยาและนักวิจัยจาก Spain’s National Center for Cardiovascular Research ได้ออกความเห็นว่าแม้ช่วงชีวิตโดยเฉลี่ยจะมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็มีข้อจำกัด ซึ่งเมื่ออิงจากงานวิจัยทั้งหมดที่มีอยู่จะพบว่าการร่วงโรยของวัยอาจช้าลงก็จริง แต่พวกเราก็ยังคงต้องตายไม่วันใดก็วันหนึ่งอยู่ดี ผลสำเร็จจากงานวิจัยชิ้นต่าง ๆ เพียงแค่แสดงให้เห็นว่าเรานั้นมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเพียงเท่านั้น 

ฉะนั้นสิ่งที่ดูจะเป็นไปได้ที่สุด คือการเห็นผู้คนมีอายุยืนยาวถึงร้อยปีโดยที่สุขภาพยังคงดีอยู่

nanobot
Nanobot ,credit by : www.nsm.or.th/nsm/th/node/5662

2. Nanobot Medicines 

อาจเป็นไปได้ว่าภายในปี 2030 มนุษย์จะมีตัวนาโนบ็อท (Nanobot) หุ่นยนต์ขนาดเล็กจิ๋วที่มีปฏิกิริยากับสิ่งแปลกปลอมได้อย่างว่องไวเป็นสิ่งเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดภายในร่างกาย เพียงอาศัยน้ำตาลธรรมชาติในร่างกายมนุษย์เป็นพลังงานขับเคลื่อน ก็สามารถส่งตัวยาเพื่อเข้าสู่บริเวณที่ต้องการรักษาและซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ 

ประโยชน์จากนาโนบ็อทนี้เองจึงอาจเป็นทางออกสำหรับรักษาและยับยั้งการเกิดโรคที่ไร้ทางแก้ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็ง จากงานศึกษาและทดลองของ National Center for Nanoscience and Technology (NCNST) ได้เปิดเผยว่าตัวนาโนบ็อทนั้นมีส่วนในการปิดกั้นเลือดไม่ให้ไปหล่อเลี้ยงตัวเป้าหมายอย่างเนื้องอกมะเร็ง ซึ่งมีผลให้เนื้องอกฝ่อตัวและตายไปในที่สุด

3. Digital Immortality

หากเคยได้ยินสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์เรื่อง ‘สมองในถัง’ (Brain in a vat) กันมาบ้าง ก็คงรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่งว่าอีกไม่นานมันอาจมีแนวโน้มว่าจะเป็นจริง

จะเกิดอะไรขึ้นหากเราสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลและการรับรู้ในสมองมนุษย์ทั้งหมดลงไปในเครื่องมือดิจิทัลแทน บางทีสิ่งที่เรียกว่า ‘ชีวิต’ และ ‘จิตวิญญาณ’ ของมนุษย์อาจเป็นเพียง Coding ชุดหนึ่งที่บรรจุอยู่ในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้ และนั่นก็แปลว่าในกาลข้างหน้าเราอาจสามารถใช้ข้อมูลทั้งหมดที่หลอมรวมเป็น Self-Identity ของบุคคลนั้นกลับมาโลดแล่นบนโลกได้ใหม่ผ่านร่างของสิ่งใดก็ได้ 

Raymond Kurzweil นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอเมริกันได้คาดการณ์ไว้ว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 2030 ซึ่งหลังจากที่เราตายไปแล้ว เราจะยังสามารถตอบโต้กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ในรูปของแบบจำลอง AI ราวกับที่ปรากฏในหนัง Sci-fi เลยทีเดียว

Organ Cloning
Organ Cloning

4. Organ Cloning

เหตุผลหนึ่งที่คนจำนวนมากต้องตาย คงไม่พ้นปัญหาจากการไม่ได้รับอวัยวะทดแทนที่เหมาะสมหลังการปลูกถ่าย เพราะบางทีอวัยวะที่ได้ อาจไม่ไปด้วยกันกับร่างกาย ปัญหาที่ว่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามคิดค้นวิธีโคลนนิ่งอวัยวะทดแทนจากร่างกายของบุคคลนั้นขึ้นมา ซึ่งเท่ากับว่าผู้นั้นมีอะไหล่อวัยวะมาเปลี่ยนทดแทนได้ตลอด และยังไร้ผลข้างเคียงใด ๆ 

บททิ้งท้ายของโลกคู่ขนานที่ปราศจากความตาย หลังการถือกำเนิดของชีวิตอมตะ

แม้ในท้ายที่สุดเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านความตายมาได้ กระนั้นมนุษย์ก็ไม่อาจลบล้างการมีอยู่ของความตายได้ ตราบที่มันยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โลกทั้งใบคงความสมดุลไว้

หากเมื่อใดมนุษย์เผลอใช้ความอมตะจนมากเกินความจำเป็น เมื่อนั้นความตายจะเริ่มฟื้นคืนและทำหน้าที่ของมันเพื่อก่อเกิดความสมบูรณ์แห่งชีวิต 

ก่อนแสงสุดท้ายแห่งชีวิตจะค่อยหลี่แสงลง… จนวูบดับไป

เมื่อนั้นเองก็ไม่มีอะไรหยุดยั้งความตายได้อีก

อ่านบทความอื่นๆ

ความตาย the dead

แหล่งอ้างอิงข้อมูล 

โสภณ ศุภมั่งมี. (2564). ก้าวต่อไปของ Jeff Bezos เมื่ออวกาศยังไม่พอ มาต่อกับการเป็นอมตะดีกว่า. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2565 ,จาก https://www.gqthailand.com/views/article/jeff-bezos-altos-labs-startup-trying-to-extend-human-life 

John Harris. (2000). Intimations of Immortality. 11 December 2022, derived from https://www.science.org/doi/10.1126/science.288.5463.59

NCNST. (2018). China Focus: Chinese scientists develop DNA nanorobots to treat cancer. 12 December 2022, derived from http://english.nanoctr.cas.cn/home2019/news/News/202012/t20201209_256374.html 

El Pais. (2022). Anti-aging science: In search of eternal youth. 12 December 2022, derived from https://english.elpais.com/science-tech/2022-11-17/anti-aging-science-in-search-of-eternal-youth.html