วาฬ : ภัยเงียบที่มองไม่เห็น กับจุดสูญสิ้นของเสียงเพรียกแห่งท้องทะเล

whale
สารบัญบทความ
whale

ในอดีต ฉันมักจะขอให้ครอบครัวพาฉันล่องเรือข้ามไปยังเกาะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ ระหว่างที่เรือแล่นไหลผ่านกลางทะเล ก็มักได้ยินเสียง เอี๊ยกอ๊าก สลับกับ กริ๊ก ๆ อยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับการผุดพ้นน้ำของปลาขนาดยักษ์ตัวหนึ่งที่ชื่นชอบการพ่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ

สิ่งนั้นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ‘วาฬ’ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงไม่กี่ชนิดที่พบได้ในระบบนิเวศของห้วงมหาสมุทร 

บางคนที่ไม่ได้ทันสังเกตที่มาของเสียงก็มักบอกว่ามันคือเสียงนกนางนวล บ้างก็ว่าเป็นเสียงดนตรีแห่งท้องทะเล แต่สำหรับฉัน มันคือ เสียงเพรียกแห่งท้องทะเลที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน

หลายสิบปีผ่านไป ฉันมาเยือนท้องทะเลนี้อีกครั้ง แต่กลับพบว่าทุกอย่าง… นั้นเงียบสงัด 

เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านหลายคนคงฉงนสงสัยอยู่ไม่น้อยถึงการหายไปของเสียงเหล่านั้น หลายคนอาจให้เหตุผลว่ามันกำลังหลับใหลอยู่หรือไม่ก็อาจจะกำลังหากินแพลงก์ตอนอยู่สักแห่งหนหนึ่งใต้ผืนน้ำ

แต่หากทั้งหมดนั่นไม่ได้เป็นความจริง บางทีการหายตัวไปของเหล่าวาฬ คงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย วันนี้ privatespacescience2017.com จะพาผู้อ่านร่วมค้นหาความจริงของสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรไปพร้อมกัน

ซากวาฬเกยตื้น
ซากวาฬเกยตื้นบนเกาะไฮดาไกว (Haida Gwaii) : ที่มาของภาพ

A Beginning of the end: ‘คลื่นใต้น้ำ’ ที่คุกคามเหล่า วาฬ อย่างเงียบเชียบ

ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ร่วมกับการถูกล่าเพื่อใช้บริโภคมาเนิ่นนานกว่าหลายทศวรรษ จึงทำให้กลุ่มวาฬ โลมา และพอร์พอยส์ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูล Cetacea ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ซึ่ง Right Whale เป็นตัวอย่างวาฬชนิดหนึ่งที่สุ่มเสี่ยงว่าจะสูญพันธุ์ 

จากผลสำรวจจำนวนประชากรของวาฬไรต์ในแถบแอตแลนติกเหนือ (25 ต.ค.) ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนวาฬลดลงกว่า 25% จากแต่เดิมมีจำนวนมากกว่า 480 ตัวนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

แม้ผู้คนจะตระหนักรู้ถึงปัญหาที่ตามมาจนจัดตั้งองค์กรอย่าง International Whaling Commission (IWC) รวมทั้งออกกฎจำกัดการล่าวาฬ

ทว่าก็ไม่เพียงพอจะหยุดยั้งความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ที่นับวันยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆและดูเหมือนภัยเงียบใต้ท้องทะเลคงไม่จบเพียงเท่านี้ 

เมื่อล่าสุดมีวาฬสเปิร์มยักษ์เกยตื้นตายบริเวณชายฝั่งประเทศอินโดนีเซีย โดยพบพลาสติกและเศษขยะอื่น ๆ จำนวนมากถึง 6 กิโลกรัมภายในท้องของมัน

เหตุสลดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ย้ำเตือนมนุษย์ถึงภัยจากการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนนั้นอาจหลงลืมตัวไปว่ากำลังสร้างวงจรแห่งการฆ่าอันไร้จุดจบ 

ขยะพลาสติกในทะเล
วาฬเกยตื้น ถูกพบในอินโดนีเซียพร้อมกับขยะพลาสติก 13.2 ปอนด์ (6 กิโลกรัม) ในท้องของมัน : ที่มาของภาพ

The Wheels of Fate: กงล้อแห่งชะตากรรมของเหล่า วาฬ

ล้มตายและสูญพันธุ์

นั่นคือตอนอวสานที่เกิดขึ้นกับเหล่าวาฬเป็นแน่แท้ หากเราไม่หยุดยั้งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้อย่างจริงจัง สุดท้ายโลก ชีวิต รวมถึงมวลมนุษย์อาจถึงคราวต้องจบไปพร้อมกัน ดั่งทฤษฎี Butterfly Effect ที่มาพร้อมกับประโยคคุ้นหูที่ว่า

แค่ผีเสื้อกระพือปีก ก็สะเทือนถึงดวงดาว” 

หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่า ‘วาฬ’ ช่วยลดโลกร้อนได้ จากการวิจัยในหัวข้อ Nature’s Solution to Climate Change จาก IMF เมื่อปี 2019 พบว่าวาฬหนึ่งตัวสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดช่วงชีวิตของมันรวมกันมากถึง 33 ตัน เมื่อเทียบกับต้นไม้ร้อยปีต้นหนึ่งที่ดูดซับเพียงแค่ 2.4 ตันเท่านั้น

นอกเหนือไปจากนี้ มูลที่อุดมด้วยธาตุเหล็กของวาฬยังใช้หล่อเลี้ยงเหล่าพืชและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอื่นอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง การขาดวาฬไป นอกจากจะทำให้ระบบนิเวศขาดสมดุลแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาระดับโลกอย่างภาวะโลกร้อนลุกลามใหญ่โตมากขึ้น ทว่าการอธิบายให้คนเข้าใจ อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างการตระหนักรู้แก่ผู้คนทั่วทั้งโลกได้ 

จะเป็นไปได้ไหม ที่พวกเราจะร่วมกันหมุนเวียนเปลี่ยนกงล้อแห่งโชคชะตาของเหล่าวาฬ สัตว์ทะเล และโลกทั้งใบ

Possible Solutions: ทางรอดของเหล่ามวลชีวิต โลกและท้องทะเล

ไม่มีสิ่งใดจะมีอิทธิพลไปมากกว่า ‘ความคิด’ ของตัวมนุษย์เอง

สมมติฐานไกอา หรือ Gaia Hypothesis ของนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันอย่าง เจมส์ เลิฟล็อค (James Lovelock) คงเป็นหนึ่งในคำตอบที่อาจทำให้วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นทุเลาลง

เพียงเข้าใจว่า “โลกนั้นมีชีวิตเป็นของตัวเอง” และตัวเราก็เป็นสิ่งหนึ่งของมวลชีวิตที่ทำให้โลกทั้งใบนั้นสมดุล บนชุดความสัมพันธ์แบบพึ่งพิงอาศัยกัน แน่นอนว่าวาฬก็เป็นส่วนหนึ่งในวงจรที่มีผลต่อโลกเราไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัญหาขยะพลาสติก
วาฬ และขยะพลาสติก : ที่มาของภาพ

บางทีการนำเรื่องราวมาเล่าใหม่ผ่าน สารคดี นวนิยาย ละครโทรทัศน์ ละครเวที หรือภาพยนตร์ โดยจำลอง ‘หายนะ’ ที่เป็นไปได้หากทั้งโลกไม่มีวาฬแบบสุดเลวร้าย (Worst Case Scenario) ทั้งแบบ ‘Realistic’ และ ‘Dystopia’ อาจเป็นคำตอบที่ดีในการส่งอิทธิพลต่อประชาชนและสังคมเป็นอย่างดี

เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์มักจดจำสิ่งเลวร้ายได้ดีกว่าสิ่งที่ดีเสมอ 

Entangled เป็นหนึ่งในชุดสารคดีตัวอย่างที่ฉายภาพความจริงของปัญหาระหว่างคนและสัตว์ ผ่านภาพมุมมองของทั้งสองฝั่ง ระหว่างกลุ่มปลาวาฬที่ใกล้สูญพันธุ์ และกลุ่มคนและธุรกิจประมงที่กำลังล้มตาย

จากนโยบายที่จำกัดการล่า ซึ่งสร้างความสงสัยอยู่ไม่น้อยเลยว่าหากเป็นเรา จะแก้วิกฤตนี้ได้อย่างไร?

เมื่อก่อร่างและทวีทุกอณูความรู้สึกของผู้ชมไว้ในเรื่องราวที่ร้อยเรียงต่อกันอย่างแยบคาย สิ่งที่ต่อมาคือการทิ้งท้ายให้พวกเขาได้คิดต่อ และล้อมวงโต๊ะเพื่อร่วมกันแชร์และถกเถียงเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม

รวมถึงแผนรองรับชีวิตกับทุกฝ่าย พร้อมร่วมสร้างสำนึกและชีวิตของโลกให้ยืนยงต่อไปโดยหวังว่า เราจะได้ยินเสียงเพรียกจากเหล่าวาฬอีกครั้งหนึ่ง

วาฬหลังค่อม
ฝูงวาฬหลังค่อม : ที่มาของภาพ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์. (2019). วาฬ ฮีโร่ลดโลกร้อนจากท้องทะเลที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากไม่ แพ้ต้นไม้หลายพันต้น. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2565, จาก https://becommon.co/world/whale

บีบีซีนิวส์ไทย. (2020). นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศเตือน วาฬและ โลมาเสี่ยงสูญพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2565,จาก https://www.bbc.com/thai

ณัชพล เนตรมหากุล. (2021). Entangled: การเดิมพันระหว่าง ‘วาฬใกล้สูญพันธุ์’ กับ ‘ชาวประมงล็อบสเตอร์’ ที่ใกล้สูญเสียอาชีพ. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2565, จาก https://themomentum.co/screenandsound-entangled/

ไทยรัฐ. (2022). สลดใจ “วาฬสเปิร์ม” อินโดฯตาย พบขยะพลาสติกเต็มท้องกว่า 6 กก. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2565, จาก https://www.thairath.co.th/news/society/1425456

Associated Press. (2022). Endangered Whale’s Decline Slows, but Population Falls Again. 17 Nov 2022, derived from https://www.usnews.com/news/articles/2022-10- 24/endangered-whales-decline-slows-but-population-falls-again

RECENT POSTS